ตู้เย็นที่ดีที่สุดแต่ละขนาด







การลงทุนซื้อตู้เย็นดีๆ ซักตัวถือว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะตู้เย็นสามารถใช้ได้นานกว่าสิบปีและเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้ทุกวัน แต่ตู้เย็นราคาแพงไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป เพราะการซื้อตู้เย็นต้องคำนึงถึงจำนวนคนที่ใช้ พื้นที่เก็บของ และการรักษาอุณหภูมิ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าไฟและฟีเจอร์เสริมอื่นๆ ให้เลือกมากมาย ในบทความนี้ เราได้รวบรวมตู้เย็นที่ดีที่สุดในแต่ละขนาดมาให้ท่านผู้อ่านเลือกซื้อได้อย่างง่ายดาย
ตู้เย็นขนาดเล็กที่ดีที่สุด

ตู้เย็น Haier 2 ประตู 7.6 คิว รุ่น HRF-209MNI
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 2 ประตู (Top Freezer)
ความจุ
7.6 คิว (216 ลิตร)
ขนาด (กว้างxลึกxสูง)
545 x 567 x 1,459 มม.
คอมเพรสเซอร์
Twin Inverter
ค่าไฟต่อปี
1,625 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 3 ปี / คอมเพรสเซอร์ 10 ปี
สำหรับการใช้งานคนเดียวหรือสองคน เราแนะนำตู้เย็นของ Haier รุ่นนี้ โดยขนาด 7.6 คิวถือว่าไม่ได้เล็กจนเกินไป ราคาอยู่เพียง 5,000-6,000 บาท โดยตู้เย็นมีจุดเด่นที่ระบบอินเวอร์เตอร์ที่ประหยัดไฟได้มากกว่าตู้เย็นในราคาใกล้เคียงกัน ตู้เย็นตัวนี้ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ห้าดาวที่เป็นระดับสูงสุด
ตู้เย็นสามารถรักษาอุณหภูมิได้อย่างคงที่ ภายในตู้มีช่องสำหรับแช่เนื้อสัตว์ที่รักษาอุณหภูมิ -1 องศา ช่วยให้รักษาความสดของเนื้อได้โดยไม่เป็นน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังให้ความเย็นแบบ No Frost ที่จะไม่เกิดน้ำแข็งเกาะภายในตู้ ทำให้ไม่ต้องคอยกดละลายน้ำแข็งเหมือนตู้เย็นราคาถูก
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น Haier 2 ประตู 7.6 คิว รุ่น HRF-209MNI
ตู้เย็นขนาดกลางที่ดีที่สุด

ตู้เย็น SAMSUNG 12.3 คิว รุ่น RT35CG5644S9ST
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 2 ประตู (Top Freezer)
ความจุ
12.3 คิว (348 ลิตร)
ขนาด (กว้างxยาวxสูง)
600 x 709 x 1,715 มม.
คอมเพรสเซอร์
Digital Inverter
ค่าไฟต่อปี
1,940 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 1 ปี / คอมเพรสเซอร์ 10 ปี
สำหรับการใช้งานในครอบครัว ตู้เย็นของ SAMSUNG ตัวนี้ถือว่าคุ้มค่าเงินเป็นอย่างยิ่ง สนนราคาเพียง 6,000-7,000 บาท แต่ได้ตู้เย็นขนาดใหญ่ถึง 12.3 คิว โดยตู้นี้ไม่ได้มีเพียงแค่ขนาดที่ใหญ่ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อไวไฟเพื่อตรวจสอบสถานะการทำงานของเครื่องและติดตามค่าไฟได้อีกด้วย
ภายในตู้มีช่อง Optimal Fresh+ สำหรับเก็บเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ สามารถปรับอุณหภูมิได้ 4 ระดับ ช่วยรักษาความสดของเนื้อสัตว์ได้โดยไม่ต้องแช่แข็ง นอกจากนี้ยังมีระบบกำจัดกลิ่นและเชื้อโรคภายในตู้ ช่วยให้คงความสะอาดอยู่ตลอดเวลา
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น SAMSUNG 12.3 คิว รุ่น RT35CG5644S9ST
ตู้เย็นขนาดใหญ่ที่ดีที่สุด

ตู้เย็น TOSHIBA 2 ประตู 14.4 คิว รุ่น GR-RT535WEA-PMTH(06)
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 2 ประตู (Top Freezer)
ความจุ
14.4 คิว (409 ลิตร)
ขนาด (กว้างxลึกxสูง)
700 x 691 x 1,723 มม.
คอมเพรสเซอร์
Origin Inverter
ค่าไฟต่อปี
1,975 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 2 ปี / คอมเพรสเซอร์ 10 ปี
ทำน้ำแข็งอัตโนมัติ
มี
ตู้เย็นของ TOSHIBA ตัวนี้มีความจุ 14.4 คิว นอกจากจะเก็บของได้มากแล้ว ยังมีที่ทำน้ำแข็งอัตโนมัติและที่กดน้ำดื่มด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบกินเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมน้ำแข็ง แต่ไม่ได้มีดีแค่นั้น ตู้เย็นยังประหยัดพลังงานได้ดีกว่าตู้เย็นทั่วไป การันตีด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ห้าดาว
ภายในตู้เย็นมีช่องแช่ผักผลไม้ที่ปรับระดับความชื้นได้ ช่วยให้คงความสดกรอบของผักผลไม้ได้นานกว่าทั่วไป มีระบบกรองอากาศที่ช่วยกำจัดกลิ่นและยับยั้งแบคทีเรียภายในตู้ ช่วยให้อาหารภายในตู้สะอาดถูกสุขอนามัย
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น TOSHIBA 2 ประตู 14.4 คิว รุ่น GR-RT535WEA-PMTH(06)
ถ้าไม่ต้องการที่ทำน้ำแข็งและที่กดน้ำ


ตู้เย็นขนาดใหญ่พิเศษที่ดีที่สุด

ตู้เย็น Xiaomi Mijia 4 ประตู 18 คิว รุ่น MRC51HMPATH
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 4 ประตู (Cross Door)
ความจุ
18 คิว (510 ลิตร)
ขนาด (กว้างxลึกxสูง)
852 x 600 x 1,912 มม.
คอมเพรสเซอร์
Dual Inverter
ค่าไฟต่อปี
2,625 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 2 ปี / คอมเพรสเซอร์ 10 ปี
สำหรับใครที่ต้องการตู้เย็นขนาดใหญ่พิเศษ ตู้เย็นของ Xiaomi ตอบโจทย์เป็นอย่างดี โดยขนาดสูงถึง 18 คิว พร้อม 4 ประตู ช่วยให้จัดสรรของได้อย่างเป็นระเบียบ ภายในตู้แบ่งออกเป็นช่องแช่เย็น 303 ลิตร ช่องฟรีซ 178 ลิตร และช่องแช่ของสดอีก 29 ลิตรที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ
ตู้เย็นตัวนี้ใช้แผ่นกรอง Ag+ ที่สามารถกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้ได้ ช่วยให้คงความสะอาดอยู่เสมอ จุดเด่นของตู้เย็นนี้คือการเชื่อมต่อแอป Xiaomi Home ที่นอกจากจะสามารถดูสถานะการทำงานของตู้เย็นได้แล้วยังมีการแจ้งเตือนเมื่อประตูตู้เย็นปิดไม่สนิทและสามารถปรับอุณหภูมิและโหมดการทำงานได้ผ่านแอป
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น Xiaomi Mijia 4 ประตู 18 คิว รุ่น MRC51HMPATH
ตู้เย็นพรีเมี่ยมที่ดีที่สุด

ตู้เย็น LG Instaview Door-in-Door รุ่น GC-X257SQZW
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 2 ประตู (Side By Side)
ความจุ
22.4 คิว (635 ลิตร)
ขนาด (กว้างxลึกxสูง)
913 x 735 x 1,790 มม.
คอมเพรสเซอร์
Smart Inverter
ค่าไฟต่อปี
4,250 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 1 ปี / คอมเพรสเซอร์ 10 ปี
ตู้เย็นสุดพรีเมี่ยมของ LG ตัวนี้มีขนาดใหญ่ถึง 22.4 คิว สามารถจุของได้อย่างเต็มที่ โดย LG ได้ใส่เทคโนโลยีในตู้เย็นตู้นี้แบบไม่กั๊ก ตั้งแต่ประตูกระจกที่เคาะสองที่ก็สามารถดูของข้างในตู้ได้โดยไม่ต้องเปิดประตู มีที่ทำน้ำแข็งอัตโนมัติที่สามารถทำได้ทั้งน้ำแข็งก้อนและน้ำแข็งบน ตู้เย็นสามารถสั่งงานได้ผ่านแอป LG ThinQ ไม่ว่าจะปรับโหมดการทำงานหรือดูสถานะของตู้เย็น
ความสามารถในการถนอมอาหารทำได้ดีด้วยการให้ความเย็นแบบ Linear Cooling ที่ลดการผันผวนของอุณหภูมิ ภายในตู้มีระบบ Hygiene Fresh ที่กำจัดกลิ่นและแบคทีเรียภายในตู้ ช่วยให้ไม่ต้องทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำ ตู้เย็นตัวนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ต้องการตู้เย็นที่ดีที่สุด
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น LG Instaview Door-in-Door รุ่น GC-X257SQZW
ดีที่สุดในงบ 5,000 บาท

ตู้เย็น HITACHI 2 ประตู 6.4 คิว รุ่น HRTN5198MXTH
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 2 ประตู (Top Freezer)
ความจุ
6.4 คิว (181 ลิตร)
ขนาด (กว้างxลึกxสูง)
540 x 560 x 1,338 มม.
คอมเพรสเซอร์
Inverter
ค่าไฟต่อปี
1,540 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 3 ปี / คอมเพรสเซอร์ 10 ปี
สำหรับคนที่มีงบ 5,000 บาท เราแนะนำเป็นตู้เย็น 6.4 คิวของ HITACHI ที่มาพร้อมระบบอินเวอร์เตอร์ช่วยให้ประหยัดค่าไฟและรักษาอุณหภูมิของตู้ได้คงนี้ ตู้เย็นสามารถกระจายลมเย็นได้รอบทิศทางช่วยให้มีความเย็นสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีโหมดเร่งความเย็นที่สามารถลดอุณหภูมิของช่องฟรีซเพื่อรักษาความสดของวัตถุดิบได้อย่างทันที ขนาดของตู้เย็นไม่ได้ใหญ่มาก เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรือสองคน
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น HITACHI 2 ประตู 6.4 คิว รุ่น HRTN5198MXTH
ถ้าเพิ่มงบมากกว่า 5,000 ได้นิดหน่อย


ตู้เย็น 1 ประตูที่ดีที่สุด

ตู้เย็น LG 1 ประตู 6.9 คิว รุ่น GN-Y331SLS
การถนอมอาหาร:
ประหยัดพลังงาน:
พื้นที่ใส่ของ:
ความสะดวก:
ประเภท
ตู้เย็น 1 ประตู
ความจุ
6.9 คิว (195 ลิตร)
ขนาด (กว้างxลึกxสูง)
525 x 555 x 1,295 มม.
คอมเพรสเซอร์
Fixed-Speed
ค่าไฟต่อปี
1,210 บาท
การรับประกัน
ตัวเครื่อง 1 ปี / คอมเพรสเซอร์ 3 ปี
สำหรับคนต้องการตู้เย็นขนาดเล็กที่ไม่ได้ใช้เก็บของมาก เราแนะนำตู้เย็น 6.9 คิวของ LG ตัวนี้ ด้วยราคาเพียง 4,000 บาท ตู้เย็นตัวนี้ไม่ได้กินไฟมากและมีความทนทาน ความจุกำลังพอดีกับการใช้ในหอพัก
อ่านรีวิวเต็ม: ตู้เย็น LG 1 ประตู 6.9 คิว รุ่น GN-Y331SLS
เกณฑ์การให้คะแนน
เราได้กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนตู้เย็นแต่ละรุ่นเพื่อลดการอคติและให้คะแนนอย่างเป็นธรรม โดยคะแนนได้แบ่งเป็น 4 หมวดดังนี้
- การถนอมอาหาร: ความสามารถในการรักษาความสดของอาหาร ให้คะแนนจากการรักษาอุณหภูมิได้คงที่ การกระจายความเย็นได้ทั่วถึง รวมถึงช่องเก็บอาหารตามชนิด เช่น ช่องเก็บผักผลไม้ ช่องเก็บเนื้อสัตว์ที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ตามต้องการ
- ประหยัดพลังงาน: ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า โดยเทียบจากหน่วยค่าไฟที่ต้องจ่ายต่อปีเมื่อเทียบกับขนาดของเครื่อง
- พื้นที่ใส่ของ: ตู้เย็นที่มีความจุมากสามารถเก็บของได้มากขึ้น รวมถึงความสะดวกในการจัดเก็บของ เช่น ชั้นวางสามารถปรับระดับได้
- ความสะดวก: ฟังก์ชันเสริมนอกจากการให้ความเย็น เช่น ที่ทำน้ำแข็งอัตโนมัติ การแจ้งเตือนประตูปิดไม่สนิท การสั่งงานผ่านแอป
อ่านบทความเต็ม: การให้คะแนนตู้เย็นของเรา
เปรียบเทียบคะแนน
เปรียบเทียบคะแนนของตู้เย็นแต่ละรุ่น คะแนนแบ่งเป็น 4 หมวด ได้แก่ ถนอมอาหาร, ประหยัดพลังงาน, พื้นที่ใส่ของ, ความสะดวก และคะแนนรวม
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อตู้เย็น
การเลือกซื้อตู้เย็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากยี่ห้อและรุ่นแล้ว ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ด้วย
1. พื้นที่ในการใช้งาน
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อตู้เย็นคือพื้นที่ในการใช้งาน โดยควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้
- ขนาด (กว้าง, ลึก, สูง): พื้นที่ภายในห้องต้องกว้างพอสำหรับการตั้งตู้เย็น อย่าลืมทำการวัดพื้นที่ที่จะใช้ตั้งตู้เย็นก่อนก่อนซื้อ
- ระยะห่างจากกำแพง: ตู้เย็นควรมีระยะห่าจากกำแพงและเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ โดยด้านหลังควรห่างจากกำแพง 2-5 ซม. และด้านข้าง 1-2 ซม.
- ระยะประตู: พื้นที่ที่ตั้งตู้เย็นควรคำนึงถึงระยะการเปิดประตูตู้เย็นด้วย โดยเมื่อเปิดประตูไม่ควรติดกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์อื่น
- ประตูทางเข้า: ถ้าซื้อตู้เย็นขนาดใหญ่ ควรเช็คให้แน่ใจว่าประตูบ้านกว้างพอที่จะยกตู้เย็นเข้าได้
2. ความจุ
การเลือกความจุของตู้เย็นควรเลือกจากการใช้งานจริง โดยยิ่งความจุมากยิ่งดี เพราะบางทีอาจต้องใช้เก็บของมากขึ้นตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปตามเวลา หากใครไม่รู้ว่าจะซื้อตู้เย็นขนาดไหนดี ลองดูตารางด้านล่างสำหรับขนาดตู้เย็นที่เราแนะนำคร่าวๆ
| จำนวนคน | ความจุตู้เย็นที่แนะนำ |
|---|---|
| 1 คน | 6–8 คิว |
| 2 คน | 8–12 คิว |
| 3–4 คน | 12–16 คิว |
| มากกว่า 5 คน | 16–25 คิว |
แน่นอนว่าตารางด้านบนนี้เป็นแค่ขนาดแนะนำ ทั้งนี้ความจุที่เหมาะนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วย เช่น บางคนอาจชอบทำอาหารก็ต้องใช้ตู้เย็นเก็บของสดมากกว่าคนที่ไม่ได้ทำอาหาร หรือบางคนชอบซื้อของสดทีละมากๆ ก็อาจต้องการตู้เย็นที่มีความจุมาก
3. ประเภทคอมเพรสเซอร์และการใช้พลังงาน
คอมเพรสเซอร์ของตู้เย็นมีผลอย่างยิ่งต่อการทำงานและค่าไฟ
- คอมเพรสเซอร์แบบความเร็งคงที่ (Fixed-Speed): มักพบได้ในตู้เย็นราคาถูก คอมเพรสเซอร์แบบนี้มักรักษาอุณหภูมิได้ไม่ดีเท่าคอมเพรสเซอร์แบบอินเวอร์เตอร์ และมักกินไฟมากกว่า
- คอมเพรสเซอร์แบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter): หากต้องการลงทุนซื้อตู้เย็นดีๆ เราแนะนำให้มองหาตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ เพราะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า รักษาอุณหภูมิได้นิ่ง และมีความทนทาน
ส่วนการใช้พลังงาน ให้มองหาตู้เย็นที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 โดยถ้ายิ่งมีดาวด้วยยิ่งดี อย่างตู้เย็น Haier HRF-209MNI มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ห้าดาว สามารถประหยัดค่าไฟได้ดีกว่าตู้เย็นเบอร์ 5 ทั่วไป
4. การละลายน้ำแข็ง
- แบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi Auto Defrost): ตู้เย็นแบบนี้มักเกิดน้ำแข็งเกาะภายในช่องฟรีซ ทำให้ต้องคอยกดละลายน้ำแข็งเป็นประจำ มักพบได้ในตู้เย็นราคาถูกและตู้เย็นรุ่นเก่า
- โนฟรอส (No Frost / Frost Free): ตู้เย็นแบบ No Frost จะไม่เกิดน้ำแข็งเกาะภายในตู้เย็น ทำให้ไม่ต้องคอยกดละลายน้ำแข็ง ช่วยให้รู้สึกว่าตู้เย็นสะอาดอยู่เสมอและถนอมอาหารได้ดี
5. การรับประกัน
การรับประกันตู้เย็นมักแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
- การรับประกันตัวเครื่อง: ครอบคลุมการซ่อมแซมเครื่องทุกชิ้นส่วน โดยทั่วไปมักอยู่ระหว่าง 2-3 ปี
- การรับประกันคอมเพรสเซอร์: ครอบคลุมเฉพาะการซ่อมแซมคอมเพรสเซอร์ โดยมีตั้งแต่ 5-12 ปี