หนึ่งในสิ่งสำคัญที่หลายๆ คนต้องการจากการซื้อแอร์คือประหยัดไฟได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดแอร์ตลอดเวลา ในบทความนี้เราได้นำแอร์ยอดนิยมจากแต่ละแบรนด์มาเทียบกันให้เห็นชัดๆ ว่าแอร์ตัวไหนประหยัดไฟได้ดีที่สุด
เงื่อนไขการเปรียบเทียบ
- เราได้เลือกแอร์ยอดนิยมจากแต่ละยี่ห้อ โดยแอร์ที่เลือกมาเป็นแอร์อินเวอร์เตอร์ทั้งหมด เพราะโดยทั่วไปแอร์ Fixed Speed กินไฟมากกว่าแอร์อินเวอร์เตอร์ เราจึงได้เลือกมาเฉพาะแอร์อินเวอร์เตอร์
- เปรียบเทียบที่ขนาด 12,000 BTU หรือใกล้เคียง ซึ่งเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย เหมาะกับการใช้ในห้องขนาด 15-23 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดห้องนอนหรือห้องคอนโดทั่วไป
- เปรียบเทียบจากค่าประสิทธิภาพ (SEER) ค่านี้แสดงให้เห็นว่าแอร์ตัวไหนประหยัดไฟได้ดีกว่าโดยชัดเจน เนื่องจากแอร์แต่ละยี่ห้อมีขนาดไม่ใช่ 12,000 BTU แบบเป๊ะๆ การเปรียบเทียบด้วยค่า SEER จึงแสดงให้เห็นความสามารถในการประหยัดไฟอย่างชัดเจน โดยยิ่งค่า SEER สูง ยิ่งประหยัดไฟได้ดี
- เปรียบเทียบจากค่าไฟต่อปี โดยเป็นตัวเลขที่ระบุอยู่บนฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่ในการใช้งานจริง ค่าไฟเป็นไปตามวิธีการใช้งานของแต่ละคน ค่าไฟต่อปีเป็นเพียงตัวเลขโดยประมาณเพื่อให้เห็นภาพของค่าไฟที่แอร์ตัวนั้นใช้
เปรียบเทียบแอร์ประหยัดค่าไฟ
ยิ่งค่าประสิทธิภาพสูง ยิ่งประหยัดไฟได้ดี
3 อันดับแอร์ประหยัดไฟที่สุด



คุ้มค่าที่จะซื้อแอร์ราคาแพงไหม
จาก 3 อันดับแอร์ที่ประหยัดไฟได้ดีที่สุดจะเห็นได้ว่าแอร์อย่าง Carrier X Inverter และ Mitsubishi Deluxe Inverter เป็นแอร์ที่มีราคาแพงกว่าแอร์ทั่วไป คำถามคือคุ้มมั้ยที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อแอร์ที่ประหยัดไฟได้ดีกว่า
เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ เราต้องรวมเงินต้นสำหรับค่าตัวเครื่องแอร์บวกกับค่าไฟที่ต้องจ่ายต่อปีและรวมกับค่าเงินเฟ้อในแต่ละปี โดยเราได้คิดเป็นค่าใช้จ่ายในระยะเวลา 5 ปี, 10 ปี และ 15 ปี เพื่อดูความคุ้มค่าในระยะยาวว่าซื้อแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาแพงนั้นคุ้มค่าการลงทุนไหม
เปรียบเทียบมูลค่าเงินทั้งหมดที่ประหยัดได้
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในระยะเวลา 5 ปี รวมค่าตัวเครื่องบวกกับค่าไฟทั้งหมดในเวลา 5 ปี คิดร่วมกับค่าเงินเฟ้อ 3%
3 อันดับแอร์ที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว



จากตารางข้างบนเห็นได้ว่าในระยะเวลา 10-15 ปี การลงทุนซื้อแอร์ประสิทธิภาพสูงอย่างแอร์ Carrier X Inverter ช่วยประหยัดเงินได้กว่า 20,000 บาทเมื่อเทียบกับแอร์อินเวอร์เตอร์ราคาถูกทั่วไป โดยนอกจากจะมีความคุ้มค่าระยะยาวแล้ว แอร์ราคาแพงยังมีฟังก์ชั่นเสริมหลายๆ อย่าง เช่น การกรองฝุ่น PM2.5 และแบคทีเรีย การกระจายลมสามมิติ การทำงานที่เงียบกว่า รวมถึงการสั่งงานผ่านแอปและการตรวจสอบค่าไฟแบบเรียลไทม์
แต่ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่าผู้ซื้อใช้งานแอร์เป็นประจำ ถ้าหากซื้อแอร์เพื่อเปิดใช้งานเป็นครั้งคราว การซื้อแอร์ราคาแพงอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้การเลือกซื้อแอร์ก็ขึ้นอยู่กับงบของแต่ละคนด้วย ถ้าหากยังไม่รู้จะซื้อแอร์ตัวไหนดี ลองอ่าน ซื้อแอร์รุ่นไหนดี แนะนำเครื่องปรับอากาศที่ดีที่สุด