แอร์รุ่นไหนดีที่สุด






การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศจำเป็นต้องพิจารณาหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาด BTU การทำความเย็น การดูแลรักษา และการประหยัดไฟ เพราะเครื่องปรับอากาศตัวนึงอยู่ติดกับห้องๆ นั้นไปนานหลายปี การลงทุนซื้อเครื่องปรับอากาศดีๆ ซักตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ในบทความนี้เราได้รวบรวมสุดยอดแอร์ที่ดีที่สุดมาช่วยให้คุณผู้อ่านเลือกซื้อแอร์ได้ง่ายขึ้นและถูกใจตามสไตล์การใช้งาน
แอร์ที่ดีที่สุด

แอร์ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น Deluxe Inverter (YYS)
ความสบาย:
ประสิทธิภาพ:
คุณภาพอากาศ:
การใช้งาน:
BTU
9,633 / 12,406 / 15,640 / 18,244 / 24,215
คอมเพรสเซอร์
Deluxe Inverter
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
SEER 21.45–22.73
ฟีเจอร์หลัก
High Power, Self-Cleaning, 3D Auto
การรับประกัน
5 ปีทุกชิ้นส่วน
หากกำลังมองหาแอร์ที่ตอบโจทย์ทุกด้าน เราแนะนำแอร์ของ Mitsubishi ตัวนี้เลย ด้วยเสียงในการทำงานที่เงียบกริบเพียง 19 เดซิเบล พร้อมทั้งการสวิงแบบ 3 มิติ ช่วยให้กระจายลมได้ไกลและทั่วถึงทุกมุมห้อง สามารถใช้ได้อย่างสบายไม่ว่าจะติดในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
จุดเด่นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือการประหยัดไฟของแอร์ตัวนี้ รับรองด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับสามดาว และค่า SEER สูงถึง 22 ช่วยให้ลดค่าไฟต่อเดือนลงได้มากเมื่อเทียบกับแอร์อินเวอร์เตอร์ราคาถูกทั่วไป
นอกจากนี้แอร์ยังมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น การกรองฝุ่น PM2.5 และกลิ่นไม่พึงประสงค์ การควบคุมผ่านแอปมือถือและสามารถดูค่าไฟได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงระบบทำความสะอาดตัวเองที่ช่วยลดการสะสมเชื้อราและกลิ่นอับ
อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น Deluxe Inverter (YYS)
แอร์ราคาถูกที่ดีที่สุด

ความสบาย:
ประสิทธิภาพ:
คุณภาพอากาศ:
การใช้งาน:
BTU
9,200 / 12,000 / 18,100 / 23,900
คอมเพรสเซอร์
AI Full DC Inverter
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
SEER 18.87–19.31
ฟีเจอร์หลัก
T-AI Energy Saving, Self-Cleaning, Gentle Breeze
การรับประกัน
1 ปี (อะไหล่) / 5 ปี (คอมเพรสเซอร์)
หากมีงบจำกัด แต่อยากได้แอร์ดีๆ เราแนะนำแอร์ของ TCL รุ่นนี้เลย โดดเด่นด้วยการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิห้องเพื่อปรับความถี่ของคอมเพรสเซอร์ ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ในราคาใกล้เคียงกัน
ตัวแอร์ให้ลมนุ่มสบายด้วยการผ่านบานสวิงที่มีรูระบายลมขนาดเล็กกว่า 1,422 รู ช่วยเปลี่ยนลมที่ปะทะตัวให้กลายเป็นกระแสลมที่นุ่มนวล และแอร์ใช้ไส้กรองแบบ HEPA ที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็ก รวมไปถึงเชื้อราและแบคทีเรียได้ดีกว่าไส้กรองทั่วๆ ไป
อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ TCL รุ่น BreezeIN
แอร์ประหยัดไฟที่สุด

แอร์ Carrier รุ่น X-Inverter Plus
ความสบาย:
ประสิทธิภาพ:
คุณภาพอากาศ:
การใช้งาน:
BTU
9,200 / 12,200 / 15,000 / 18,200 / 20,400 / 25,200 / 27,600 / 30,000 / 36,000
คอมเพรสเซอร์
Inverter (Rotary / Twin Rotary)
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
SEER 17.33–24.56
ฟีเจอร์หลัก
4 Way Auto Louver, Self-Cleaning, X-Ionizer
การรับประกัน
5 ปี (อะไหล่ทุกชิ้นส่วน) / 10 ปี (คอมเพรสเซอร์)
แอร์ Carrier X-Inverter Plus เป็นแอร์ที่ประหยัดไฟได้ดีที่สุด การันตีโดยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับห้าดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และค่า SEER สูงถึง 24.56 ช่วยให้คุณสามารถเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันได้โดยไม่ต้องกับวลกับค่าไฟเลย
ในการใช้งาน แอร์สามารถสั่งเปิด-ปิดได้ผ่านแอป Carrier In The Air ที่สามารถเช็กค่าไฟได้แบบเรียลไทม์และเรียกดูประวัติการใช้งานย้อนหลังได้ด้วย
นอกเหนือจากการประหยัดไฟแล้ว แอร์ตัวนี้ยังสามารถกระจายลมเย็นได้ถึง 4 ทิศทาง ด้วยการสวิงขึ้น-ลงและซ้าย-ขวา ทำให้ลมเย็นเข้าทั่วถึงทุกมุมห้องแม้จะเป็นห้องขนาดใหญ่ บวกกับ Gentle Touch ที่แม้ว่าลมเย็นจะโดนตัวแต่ก็ไม่รู้สึกเหมือนโดนเป่าตรงๆ ช่วยลดปัญหาผิวแห้งจากการโดนลมแอร์
อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ Carrier รุ่น X-Inverter Plus
แอร์ให้ความสบายที่สุด

แอร์ SAMSUNG WindFree™ Copper รุ่น CYHAA
ความสบาย:
ประสิทธิภาพ:
คุณภาพอากาศ:
การใช้งาน:
BTU
9,000 / 12,000 / 18,000 / 21,500
คอมเพรสเซอร์
Digital Inverter Boost
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
SEER 15.50–17.60
ฟีเจอร์หลัก
WindFree Cooling, 4 Way Swing, ECO Mode
การรับประกัน
3 ปี (แผงคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น) / 10 ปี (คอมเพรสเซอร์)
เครื่องปรับอากาศสำหรับคนที่ต้องการความสบายคงหนีไม่พ้นซีรี่ส์ WindFree ของ Samsung โดยแอร์ตัวนี้แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ตรงที่การส่งลมเย็นผ่านรูขนาดเล็กจำนวน 23,000 รู ช่วยให้ลมที่โดนตัวมีความนุ่มนวลมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่เสียงที่เงียบเป็นพิเศษเพียง 19 เดซิเบล ซึ่งถือว่าเงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่อง ทำให้เหมาะกับอย่างยิ่งกับการติดตั้งในห้องนอนหรือห้องทำงาน โดยสามารถเปิดแอร์ได้โดยไม่มีการรบกวนจากเสียงหรือลม ช่วยให้นอนหลับได้สนิทและทำงานอย่างมีสมาธิ
อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ SAMSUNG WindFree™ Copper รุ่น CYHAA
แอร์กรองอากาศดีที่สุด

ความสบาย:
ประสิทธิภาพ:
คุณภาพอากาศ:
การใช้งาน:
BTU
9,500 / 12,000 / 18,300 / 22,860
คอมเพรสเซอร์
Inverter
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
SEER 18.90–20.34
ฟีเจอร์หลัก
I-Feel Sensor, Self-Cleaning, Silence Mode
การรับประกัน
3 ปี (ตัวเครื่อง) / 12 ปี (คอมเพรสเซอร์)
ใครที่อยู่ในเมืองที่มีฝุ่นมลพิษเยอะ เราแนะนำแอร์ Hisense DB Series ด้วยการใช้ระบบกรองอากาศ 4-in-1 มี HEPA Filter ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า PM2.5 ได้ถึง 99.97% และยังสามารถดักจับเชื้อโรค แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์มีความสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุ
นอกเหนือจากระบบกรองอากาศแล้ว แอร์ตัวนี้ยังประหยัดไฟได้ดีอีกด้วย โดยมีค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล (SEER) สูงถึง 20 และราคาตัวเครื่องยังไม่แพงมากด้วย แอร์ตัวนี้จึงเป็นหนึ่งในแอร์ที่ควรพิจารณาอย่างยิ่งหากคุณต้องการแอร์ที่ให้อากาศสะอาดและประหยัดไฟ
อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ Hisense รุ่น DB Series
แอร์สมาร์ทฟีเจอร์ดีที่สุด

แอร์ Xiaomi Mijia รุ่น Pro Eco
ความสบาย:
ประสิทธิภาพ:
คุณภาพอากาศ:
การใช้งาน:
BTU
12531
คอมเพรสเซอร์
Inverter
ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
SEER 22.96
ฟีเจอร์หลัก
Mijia AI Energy Saving, โหมดสลีป, โหมดลดความชื้น
การรับประกัน
5 ปี (ทั่วไป) / 10 ปี (คอมเพรสเซอร์)
ใครที่ชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฟีเจอร์ล้ำๆ คงหนีไม่พ้นแอร์ของ Xiaomi ตัวนี้ ด้วยการควบคุมผ่านแอป Xiaomi Home มีลูกเล่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวลาเปิด-ปิด ดูการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับ Xiaomi Home AIoT ช่วยสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะทั่วบ้าน
นอกจากฟังก์ชั่นในการใช้งานแล้ว ในเรื่องการประหยัดพลังงานแอร์ตัวนี้ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม การันตีโดยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สามดาว และยังสามารถทำความเย็นได้รวดเร็วภายในเวลาเพียง 30 วินาทีหลังเปิดเครื่อง
อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ Xiaomi Mijia รุ่น Pro Eco
เกณฑ์การให้คะแนน
เราได้กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนแอร์แต่ละรุ่นเพื่อลดการอคติและให้คะแนนอย่างเป็นธรรม โดยคะแนนได้แบ่งเป็น 4 หมวดดังนี้
- ความสบาย: ความสบายของผู้ใช้งาน พิจารณาจากระดับความเงียบของเครื่องและวิธีการกระจายลมเพื่อให้คนในห้องรู้สึกสบายที่สุด
- ประสิทธิภาพ: การประหยัดไฟของแอร์ พิจารณาจากค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาลและประเภทของคอมเพรสเซอร์
- คุณภาพอากาศ: ความสะอาดของอากาศที่ออกมาจากแอร์ พิจารณาจากระบบกรองอากาศ การทำความสะอาดตัวเอง
- การใช้งาน: การใช้งานและการดูแลรักษา พิจารณาจากคุณภาพของตัวเครื่อง การควบคุมเครื่อง และความง่ายในการดูแลรักษา
อ่านบทความเต็ม: การให้คะแนนแอร์ของเรา
เปรียบเทียบคะแนน
เปรียบเทียบคะแนนของแอร์แต่ละรุ่น คะแนนแบ่งเป็น 4 หมวด ได้แก่ ความสบาย, ประสิทธิภาพ, คุณภาพอากาศ, การใช้งาน และคะแนนรวม
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อแอร์
การเลือกซื้อแอร์สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากยี่ห้อและรุ่นแล้ว ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ด้วย
1. ขนาด BTU
การเลือก BTU ให้เหมาะสมกับขนาดห้องนั้นสำคัญที่สุด หากเลือก BTU ต่ำไป แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาและห้องไม่เย็น แต่ถ้า BTU สูงเกินไป คอมเพรสเซอร์จะกินไฟเกินกว่าที่จำเป็นต้องใช้
วิธีการคำนวณ BTU สามารถทำได้ดังนี้
ขนาด BTU = พื้นที่ของห้อง x ค่าตัวแปรความร้อน
โดยค่าตัวแปรความร้อนเลือกได้ดังนี้
- ห้องที่ไม่โดนแดด: ค่าตัวแปรความร้อน = 700
- ห้องที่โดนแดดปานกลาง: ค่าตัวแปรความร้อน = 800
- ห้องที่โดดแดดมาก: ค่าตัวแปรความร้อน = 900
ตัวอย่างการคำนวณ
- ห้องกว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร พื้นที่ของห้อง (กว้างxยาว) คือ 12 ตร.ม.
- ตอนกลางวันห้องไม่โดนแดดเลย ค่าตัวแปรความร้อนคือ 700
- ขนาด BTU = 12 x 700 = 8,400 BTU (สามารถเลือกแอร์ขนาด 9,000 - 9,500 BTU ได้)
สำหรับใครที่ยังงงอยู่สามารถดูตารางแนะนำขนาด BTU ได้คร่าวๆ ด้านล่างนี้เลย
| ขนาด BTU | ห้องไม่โดนแดด | ห้องโดนแดดปานกลาง | ห้องโดนแดดมาก |
|---|---|---|---|
| 9,000 | 12 - 15 ตร.ม. | 11 - 14 ตร.ม. | 9 - 11 ตร.ม. |
| 12,000 | 16 - 20 ตร.ม. | 14 - 18 ตร.ม. | 12 - 16 ตร.ม. |
| 15,000 | 21 - 25 ตร.ม. | 19 - 22 ตร.ม. | 17 - 19 ตร.ม. |
| 18,000 | 26 - 29 ตร.ม. | 23 - 26 ตร.ม. | 20 - 23 ตร.ม. |
2. แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์
ในปัจจุบันแอร์อินเวอร์เตอร์กลายเป็นมาตรฐานใหม่แทนที่แอร์ Fixed Speed เพราะสามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตามอุณหภูมิห้องจริง ช่วยให้คุณภูมิห้องคงที่ ประหยัดไฟมากขึ้น และทำงานเงียบกว่าเก่า ดังนั้นถ้าต้องการจะซื้อแอร์ใหม่จึงควรเลือกแอร์อินเวอร์เตอร์
3. ฉลากประหยัดไฟและค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล
การประหยัดไฟเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อแอร์ โดยการดูแค่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 อย่างเดียวนั้นไม่ได้การันตีว่าแอร์จะประหยัดไฟมาก เพราะในปัจจุบันมีการแบ่งระดับความประหยัดไฟให้ละเอียดขึ้นดังนี้
- ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดดาว ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัดไฟ แอร์ที่ประหยัดไฟมากมักจะมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่มีดาว 1-3 ดาว
- ค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล (SEER) ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งประหยัดค่าไฟมากขึ้น เช่น แอร์ที่มีค่า SEER 22 จะประหยัดไฟได้มากกว่าแอร์ที่มีค่า SEER 15 อย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้งานในระยะยาว
- คุ้มที่จะจ่ายค่าเครื่องแพงแต่ประหยัดไฟมากไหม? แม้แอร์ที่มี SEER สูงจะมีราคาเครื่องที่แพงกว่า แต่ส่วนต่างของราคาคอมเพรสเซอร์มักจะคืนทุนผ่านค่าไฟที่ลดลงภายใน 2–3 ปีเท่านั้น รวมถึงแอร์รุ่นใหม่ๆ ที่ประหยัดไฟสูงเริ่มมีราคาไม่แพงมากแล้วด้วย