Sabuy Sabuy Icon

ซื้อแอร์รุ่นไหนดี แนะนำเครื่องปรับอากาศที่ดีที่สุด

รวบรวมแอร์รุ่นที่ดีที่สุด ประหยัดไฟที่สุด ให้ความสบายที่สุด และราคาถูกที่สุด พร้อมวิธีการเลือกขนาด BTU ให้เหมาะกับห้อง

อัพเดทเมื่อ 

สนับสนุนเว็บไซต์ด้วยการกดดูสินค้าผ่านลิ้งก์ในบทความ เราได้รับค่าคอมมิชชันทุกครั้งที่มีการกดซื้อสินค้าผ่านลิ้งก์ อ่านเพิ่มเติม

แอร์รุ่นไหนดีที่สุด

การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศจำเป็นต้องพิจารณาหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาด BTU การทำความเย็น การดูแลรักษา และการประหยัดไฟ เพราะเครื่องปรับอากาศตัวนึงอยู่ติดกับห้องๆ นั้นไปนานหลายปี การลงทุนซื้อเครื่องปรับอากาศดีๆ ซักตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ในบทความนี้เราได้รวบรวมสุดยอดแอร์ที่ดีที่สุดมาช่วยให้คุณผู้อ่านเลือกซื้อแอร์ได้ง่ายขึ้นและถูกใจตามสไตล์การใช้งาน

แอร์ที่ดีที่สุด

รูปภาพหน้าปก แอร์ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น Deluxe Inverter (YYS)

แอร์ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น Deluxe Inverter (YYS)

ความสบาย:

8.6

ประสิทธิภาพ:

9.0

คุณภาพอากาศ:

8.3

การใช้งาน:

8.0

BTU

9,633 / 12,406 / 15,640 / 18,244 / 24,215

คอมเพรสเซอร์

Deluxe Inverter

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

SEER 21.45–22.73

ฟีเจอร์หลัก

High Power, Self-Cleaning, 3D Auto

การรับประกัน

5 ปีทุกชิ้นส่วน

หากกำลังมองหาแอร์ที่ตอบโจทย์ทุกด้าน เราแนะนำแอร์ของ Mitsubishi ตัวนี้เลย ด้วยเสียงในการทำงานที่เงียบกริบเพียง 19 เดซิเบล พร้อมทั้งการสวิงแบบ 3 มิติ ช่วยให้กระจายลมได้ไกลและทั่วถึงทุกมุมห้อง สามารถใช้ได้อย่างสบายไม่ว่าจะติดในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น

จุดเด่นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือการประหยัดไฟของแอร์ตัวนี้ รับรองด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับสามดาว และค่า SEER สูงถึง 22 ช่วยให้ลดค่าไฟต่อเดือนลงได้มากเมื่อเทียบกับแอร์อินเวอร์เตอร์ราคาถูกทั่วไป

นอกจากนี้แอร์ยังมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น การกรองฝุ่น PM2.5 และกลิ่นไม่พึงประสงค์ การควบคุมผ่านแอปมือถือและสามารถดูค่าไฟได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงระบบทำความสะอาดตัวเองที่ช่วยลดการสะสมเชื้อราและกลิ่นอับ

อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ MITSUBISHI HEAVY DUTY รุ่น Deluxe Inverter (YYS)

แอร์ราคาถูกที่ดีที่สุด

รูปภาพหน้าปก แอร์ TCL รุ่น BreezeIN

แอร์ TCL รุ่น BreezeIN

ความสบาย:

7.2

ประสิทธิภาพ:

8.3

คุณภาพอากาศ:

8.6

การใช้งาน:

8.8

BTU

9,200 / 12,000 / 18,100 / 23,900

คอมเพรสเซอร์

AI Full DC Inverter

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

SEER 18.87–19.31

ฟีเจอร์หลัก

T-AI Energy Saving, Self-Cleaning, Gentle Breeze

การรับประกัน

1 ปี (อะไหล่) / 5 ปี (คอมเพรสเซอร์)

หากมีงบจำกัด แต่อยากได้แอร์ดีๆ เราแนะนำแอร์ของ TCL รุ่นนี้เลย โดดเด่นด้วยการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิห้องเพื่อปรับความถี่ของคอมเพรสเซอร์ ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ในราคาใกล้เคียงกัน

ตัวแอร์ให้ลมนุ่มสบายด้วยการผ่านบานสวิงที่มีรูระบายลมขนาดเล็กกว่า 1,422 รู ช่วยเปลี่ยนลมที่ปะทะตัวให้กลายเป็นกระแสลมที่นุ่มนวล และแอร์ใช้ไส้กรองแบบ HEPA ที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็ก รวมไปถึงเชื้อราและแบคทีเรียได้ดีกว่าไส้กรองทั่วๆ ไป

อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ TCL รุ่น BreezeIN

แอร์ประหยัดไฟที่สุด

รูปภาพหน้าปก แอร์ Carrier รุ่น X-Inverter Plus

แอร์ Carrier รุ่น X-Inverter Plus

ความสบาย:

7.4

ประสิทธิภาพ:

9.4

คุณภาพอากาศ:

8.0

การใช้งาน:

8.8

BTU

9,200 / 12,200 / 15,000 / 18,200 / 20,400 / 25,200 / 27,600 / 30,000 / 36,000

คอมเพรสเซอร์

Inverter (Rotary / Twin Rotary)

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

SEER 17.33–24.56

ฟีเจอร์หลัก

4 Way Auto Louver, Self-Cleaning, X-Ionizer

การรับประกัน

5 ปี (อะไหล่ทุกชิ้นส่วน) / 10 ปี (คอมเพรสเซอร์)

แอร์ Carrier X-Inverter Plus เป็นแอร์ที่ประหยัดไฟได้ดีที่สุด การันตีโดยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับห้าดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และค่า SEER สูงถึง 24.56 ช่วยให้คุณสามารถเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันได้โดยไม่ต้องกับวลกับค่าไฟเลย

ในการใช้งาน แอร์สามารถสั่งเปิด-ปิดได้ผ่านแอป Carrier In The Air ที่สามารถเช็กค่าไฟได้แบบเรียลไทม์และเรียกดูประวัติการใช้งานย้อนหลังได้ด้วย

นอกเหนือจากการประหยัดไฟแล้ว แอร์ตัวนี้ยังสามารถกระจายลมเย็นได้ถึง 4 ทิศทาง ด้วยการสวิงขึ้น-ลงและซ้าย-ขวา ทำให้ลมเย็นเข้าทั่วถึงทุกมุมห้องแม้จะเป็นห้องขนาดใหญ่ บวกกับ Gentle Touch ที่แม้ว่าลมเย็นจะโดนตัวแต่ก็ไม่รู้สึกเหมือนโดนเป่าตรงๆ ช่วยลดปัญหาผิวแห้งจากการโดนลมแอร์

อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ Carrier รุ่น X-Inverter Plus

แอร์ให้ความสบายที่สุด

รูปภาพหน้าปก แอร์ SAMSUNG WindFree™ Copper รุ่น CYHAA

แอร์ SAMSUNG WindFree™ Copper รุ่น CYHAA

ความสบาย:

8.6

ประสิทธิภาพ:

6.7

คุณภาพอากาศ:

7.0

การใช้งาน:

7.6

BTU

9,000 / 12,000 / 18,000 / 21,500

คอมเพรสเซอร์

Digital Inverter Boost

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

SEER 15.50–17.60

ฟีเจอร์หลัก

WindFree Cooling, 4 Way Swing, ECO Mode

การรับประกัน

3 ปี (แผงคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น) / 10 ปี (คอมเพรสเซอร์)

เครื่องปรับอากาศสำหรับคนที่ต้องการความสบายคงหนีไม่พ้นซีรี่ส์ WindFree ของ Samsung โดยแอร์ตัวนี้แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ตรงที่การส่งลมเย็นผ่านรูขนาดเล็กจำนวน 23,000 รู ช่วยให้ลมที่โดนตัวมีความนุ่มนวลมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่เสียงที่เงียบเป็นพิเศษเพียง 19 เดซิเบล ซึ่งถือว่าเงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่อง ทำให้เหมาะกับอย่างยิ่งกับการติดตั้งในห้องนอนหรือห้องทำงาน โดยสามารถเปิดแอร์ได้โดยไม่มีการรบกวนจากเสียงหรือลม ช่วยให้นอนหลับได้สนิทและทำงานอย่างมีสมาธิ

อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ SAMSUNG WindFree™ Copper รุ่น CYHAA

แอร์กรองอากาศดีที่สุด

รูปภาพหน้าปก แอร์ Hisense รุ่น DB Series

แอร์ Hisense รุ่น DB Series

ความสบาย:

6.9

ประสิทธิภาพ:

8.2

คุณภาพอากาศ:

8.9

การใช้งาน:

7.6

BTU

9,500 / 12,000 / 18,300 / 22,860

คอมเพรสเซอร์

Inverter

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

SEER 18.90–20.34

ฟีเจอร์หลัก

I-Feel Sensor, Self-Cleaning, Silence Mode

การรับประกัน

3 ปี (ตัวเครื่อง) / 12 ปี (คอมเพรสเซอร์)

ใครที่อยู่ในเมืองที่มีฝุ่นมลพิษเยอะ เราแนะนำแอร์ Hisense DB Series ด้วยการใช้ระบบกรองอากาศ 4-in-1 มี HEPA Filter ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า PM2.5 ได้ถึง 99.97% และยังสามารถดักจับเชื้อโรค แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์มีความสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุ

นอกเหนือจากระบบกรองอากาศแล้ว แอร์ตัวนี้ยังประหยัดไฟได้ดีอีกด้วย โดยมีค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล (SEER) สูงถึง 20 และราคาตัวเครื่องยังไม่แพงมากด้วย แอร์ตัวนี้จึงเป็นหนึ่งในแอร์ที่ควรพิจารณาอย่างยิ่งหากคุณต้องการแอร์ที่ให้อากาศสะอาดและประหยัดไฟ

อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ Hisense รุ่น DB Series

แอร์สมาร์ทฟีเจอร์ดีที่สุด

รูปภาพหน้าปก แอร์ Xiaomi Mijia รุ่น Pro Eco

แอร์ Xiaomi Mijia รุ่น Pro Eco

ความสบาย:

8.0

ประสิทธิภาพ:

8.8

คุณภาพอากาศ:

7.0

การใช้งาน:

8.3

BTU

12531

คอมเพรสเซอร์

Inverter

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

SEER 22.96

ฟีเจอร์หลัก

Mijia AI Energy Saving, โหมดสลีป, โหมดลดความชื้น

การรับประกัน

5 ปี (ทั่วไป) / 10 ปี (คอมเพรสเซอร์)

ใครที่ชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฟีเจอร์ล้ำๆ คงหนีไม่พ้นแอร์ของ Xiaomi ตัวนี้ ด้วยการควบคุมผ่านแอป Xiaomi Home มีลูกเล่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวลาเปิด-ปิด ดูการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์และย้อนหลัง รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับ Xiaomi Home AIoT ช่วยสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะทั่วบ้าน

นอกจากฟังก์ชั่นในการใช้งานแล้ว ในเรื่องการประหยัดพลังงานแอร์ตัวนี้ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม การันตีโดยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สามดาว และยังสามารถทำความเย็นได้รวดเร็วภายในเวลาเพียง 30 วินาทีหลังเปิดเครื่อง

อ่านรีวิวเต็ม: แอร์ Xiaomi Mijia รุ่น Pro Eco

เกณฑ์การให้คะแนน

เราได้กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนแอร์แต่ละรุ่นเพื่อลดการอคติและให้คะแนนอย่างเป็นธรรม โดยคะแนนได้แบ่งเป็น 4 หมวดดังนี้

  • ความสบาย: ความสบายของผู้ใช้งาน พิจารณาจากระดับความเงียบของเครื่องและวิธีการกระจายลมเพื่อให้คนในห้องรู้สึกสบายที่สุด
  • ประสิทธิภาพ: การประหยัดไฟของแอร์ พิจารณาจากค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาลและประเภทของคอมเพรสเซอร์
  • คุณภาพอากาศ: ความสะอาดของอากาศที่ออกมาจากแอร์ พิจารณาจากระบบกรองอากาศ การทำความสะอาดตัวเอง
  • การใช้งาน: การใช้งานและการดูแลรักษา พิจารณาจากคุณภาพของตัวเครื่อง การควบคุมเครื่อง และความง่ายในการดูแลรักษา

อ่านบทความเต็ม: การให้คะแนนแอร์ของเรา

เปรียบเทียบคะแนน

เปรียบเทียบคะแนนของแอร์แต่ละรุ่น คะแนนแบ่งเป็น 4 หมวด ได้แก่ ความสบาย, ประสิทธิภาพ, คุณภาพอากาศ, การใช้งาน และคะแนนรวม

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อแอร์

การเลือกซื้อแอร์สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกจากยี่ห้อและรุ่นแล้ว ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ด้วย

1. ขนาด BTU

การเลือก BTU ให้เหมาะสมกับขนาดห้องนั้นสำคัญที่สุด หากเลือก BTU ต่ำไป แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาและห้องไม่เย็น แต่ถ้า BTU สูงเกินไป คอมเพรสเซอร์จะกินไฟเกินกว่าที่จำเป็นต้องใช้

วิธีการคำนวณ BTU สามารถทำได้ดังนี้

ขนาด BTU = พื้นที่ของห้อง x ค่าตัวแปรความร้อน

โดยค่าตัวแปรความร้อนเลือกได้ดังนี้

  • ห้องที่ไม่โดนแดด: ค่าตัวแปรความร้อน = 700
  • ห้องที่โดนแดดปานกลาง: ค่าตัวแปรความร้อน = 800
  • ห้องที่โดดแดดมาก: ค่าตัวแปรความร้อน = 900

ตัวอย่างการคำนวณ

  • ห้องกว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร พื้นที่ของห้อง (กว้างxยาว) คือ 12 ตร.ม.
  • ตอนกลางวันห้องไม่โดนแดดเลย ค่าตัวแปรความร้อนคือ 700
  • ขนาด BTU = 12 x 700 = 8,400 BTU (สามารถเลือกแอร์ขนาด 9,000 - 9,500 BTU ได้)

สำหรับใครที่ยังงงอยู่สามารถดูตารางแนะนำขนาด BTU ได้คร่าวๆ ด้านล่างนี้เลย

ขนาด BTUห้องไม่โดนแดดห้องโดนแดดปานกลางห้องโดนแดดมาก
9,00012 - 15 ตร.ม.11 - 14 ตร.ม.9 - 11 ตร.ม.
12,00016 - 20 ตร.ม.14 - 18 ตร.ม.12 - 16 ตร.ม.
15,00021 - 25 ตร.ม.19 - 22 ตร.ม.17 - 19 ตร.ม.
18,00026 - 29 ตร.ม.23 - 26 ตร.ม.20 - 23 ตร.ม.

2. แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์

ในปัจจุบันแอร์อินเวอร์เตอร์กลายเป็นมาตรฐานใหม่แทนที่แอร์ Fixed Speed เพราะสามารถปรับรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตามอุณหภูมิห้องจริง ช่วยให้คุณภูมิห้องคงที่ ประหยัดไฟมากขึ้น และทำงานเงียบกว่าเก่า ดังนั้นถ้าต้องการจะซื้อแอร์ใหม่จึงควรเลือกแอร์อินเวอร์เตอร์

3. ฉลากประหยัดไฟและค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล

การประหยัดไฟเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อแอร์ โดยการดูแค่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 อย่างเดียวนั้นไม่ได้การันตีว่าแอร์จะประหยัดไฟมาก เพราะในปัจจุบันมีการแบ่งระดับความประหยัดไฟให้ละเอียดขึ้นดังนี้

  • ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดดาว ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัดไฟ แอร์ที่ประหยัดไฟมากมักจะมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่มีดาว 1-3 ดาว
  • ค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล (SEER) ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งประหยัดค่าไฟมากขึ้น เช่น แอร์ที่มีค่า SEER 22 จะประหยัดไฟได้มากกว่าแอร์ที่มีค่า SEER 15 อย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้งานในระยะยาว
  • คุ้มที่จะจ่ายค่าเครื่องแพงแต่ประหยัดไฟมากไหม? แม้แอร์ที่มี SEER สูงจะมีราคาเครื่องที่แพงกว่า แต่ส่วนต่างของราคาคอมเพรสเซอร์มักจะคืนทุนผ่านค่าไฟที่ลดลงภายใน 2–3 ปีเท่านั้น รวมถึงแอร์รุ่นใหม่ๆ ที่ประหยัดไฟสูงเริ่มมีราคาไม่แพงมากแล้วด้วย

คำถามที่พบบ่อย

SEER คือ ค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งประหยัดไฟมาก หากต้องการแอร์ที่ประหยัดไฟสูงควรเลือกแอร์ที่มี SEER สูงกว่า 20 แต่แน่นอนว่าแอร์พวกนี้ก็มีราคาสูงขึ้นด้วยเช่นกัน