Sabuy Sabuy Icon

เครื่องฟอกอากาศรุ่นไหนดี แนะนำเครื่องฟอกอากาศสู้ฝุ่น PM2.5

แนะนำเครื่องฟอกอากาศตามขนาดห้องและการใช้งาน พร้อมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

อัพเดทเมื่อ 

สนับสนุนเว็บไซต์ด้วยการกดดูสินค้าผ่านลิ้งก์ในบทความ เราได้รับค่าคอมมิชชันทุกครั้งที่มีการกดซื้อสินค้าผ่านลิ้งก์ อ่านเพิ่มเติม

เครื่องฟอกอากาศรุ่นไหนดีที่สุด

ปัญหาฝุ่นควันมลพิษกลายเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องเจอในชีวิตประจำวัน การมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านจึงมีส่วนสำคัญกับสุขภาพทางเดินหายใจ โดยเครื่องฟอกอากาศมีมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ แต่จะให้มานั่งศึกษาข้อมูลแต่ละตัวก็จะใช้เวลานานเกินไป ในบทความนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลเครื่องฟอกอากาศที่แนะนำตามขนาดห้องและการใช้งานมาให้ท่านผู้อ่านเลือกซื้ออย่างง่ายดาย

ห้องขนาดเล็กกว่า 20 ตร.ม.

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10

การกรอง:

6.9

ค่าใช้จ่าย:

7.5

เสียงขณะทำงาน:

8.2

การใช้งาน:

5.7

ระบบการกรอง

NanoProtect HEPA

CADR

170 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กรองอนุภาค 0.003μm ได้ 99.97%

การกรองอื่น

ฝุ่น PM2.5, อนุภาคขนาดเล็ก, เชื้อโรค, ไวรัส, เกสรดอกไม้

เหมาะกับห้องขนาด

ไม่เกิน 44 ตร.ม.

การรับประกัน

2 ปี

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในห้องขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร โดยมีอัตราการฟอกอากาศ 170 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถการฟอกอากาศในห้องได้ได้มากกว่า 3 รอบต่อชั่วโมง จุดเด่นอยู่ที่ไส้กรองคุณภาพสูงซึ่งสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.003 ไมครอน ซึ่งดีกว่าไส้กรอง HEPA ทั่วไป จึงช่วยกรองได้ทั้งฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และไวรัสที่อยู่ในอากาศ

นอกจากนี้อีกหนึ่งข้อดีคือค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ ไม่ว่าจะเป็นค่าไส้กรองที่ใช้ได้ทั้งปีในราคาประมาณ 800 บาท และกินไฟเพียง 12 วัตต์เท่านั้น

แต่ข้อจำกัดของเครื่องฟอกตัวนี้นั้นคือ ไม่มีไส้กรองคาร์บอนทำให้การดูดซับกลิ่นทำได้ไม่ดี และไม่มีเซนเซอร์ตรวจวัดค่าฝุ่น

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10

ห้องขนาดกลาง 20-30 ตร.ม.

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น Philips AC0920/10

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0920/10

การกรอง:

7.3

ค่าใช้จ่าย:

7.2

เสียงขณะทำงาน:

8.6

การใช้งาน:

6.8

ระบบการกรอง

Pre-filter + HEPA NanoProtect Filter

CADR

250 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กรองอนุภาค 0.003μm ได้ 99.97%

การกรองอื่น

ฝุ่น PM2.5, ไรฝุ่น, ละอองเกสร, ขนสัตว์, เชื้อรา, เชื้อไวรัส, แบคทีเรีย

เหมาะกับห้องขนาด

ไม่เกิน 65 ตร.ม.

การรับประกัน

2 ปี

สำหรับห้องขนาด 20-30 ตร.ม. เหมาะกับเครื่องฟอกอากาศ Philips AC0920/10 โดยรุ่นนี้มีอัตราการฟอกอากาศอยู่ที่ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถสร้างอากาศสะอาดให้ห้องขนาด 20 ตร.ม.ได้ภายในเวลาไม่ถึง 12 นาที ระบบการกรองใช้ NanaProtect HEPA ที่กรองอนุภาคได้ขนาดเล็กกว่าแผ่นกรองทั่วไป ช่วยให้สามารถดักจับได้ทั้งฝุ่น PM2.5 ไวรัส และแบคทีเรีย

สิ่งที่เครื่องฟอกตัวนี้อัปเกรดขึ้นมาคือมีการใช้เซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อให้เครื่องสามารถปรับความเร็วลมได้ตามปริมาณฝุ่นที่อยู่ในห้อง

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0920/10

ห้องขนาดใหญ่ 30-50 ตร.ม.

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 6

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 6

การกรอง:

8.6

ค่าใช้จ่าย:

7.0

เสียงขณะทำงาน:

7.1

การใช้งาน:

8.0

ระบบการกรอง

Primary filter + High-efficiency filter + Activated carbon + UVC + Ionizer

CADR

443 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กรองอนุภาค 0.3μm ได้ 99.98%

การกรองอื่น

ฝุ่น PM2.5, สารก่อภูมิแพ้, แบคทีเรีย, ไวรัส, ฟอร์มัลดีไฮด์, กลิ่นไม่พึงประสงค์

เหมาะกับห้องขนาด

29 – 50 ตร.ม.

การรับประกัน

1 ปี

สำหรับห้องขนาดใหญ่ 30-50 ตร.ม. Xiaomi Smart Air Purifier สามารถช่วยดูแลอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์ได้อย่างไม่มีที่ติด ด้วยพลังการหมุนเวียนอากาศที่สูงถึง 443 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถเปลี่ยนอากาศในห้องขนาด 50 ตารางเมตรให้สดชื่นได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที

เครื่องฟอกรุ่นนี้มาพร้อมเซนเซอร์ 5 ตัว ที่ไม่ได้แค่วัดค่าฝุ่น PM2.5 และ PM10 ได้เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง PM1 อุณหภูมิ และความชื้นในห้อง ระบบการกรองใช้ไส้กรอง HEPA คุณภาพสูงร่วมกับไส้กรองคาร์บอนที่สามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากควันและสารเคมีได้

นอกจากการกรองฝุ่นแล้ว ยังมีการฉายแสง UVC เพื่อป้องกันการหมักหมมของแบคทีเรียในไส้กรอง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศที่ออกจากเครื่องมีความสะอาดที่สุด และยังมีการปล่อยประจุลบเพื่อจัดการกับสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ในอากาศ

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 6

ห้องขนาดใหญ่พิเศษ 50+ ตร.ม.

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC3220/10

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC3220/10

การกรอง:

8.3

ค่าใช้จ่าย:

6.8

เสียงขณะทำงาน:

9.2

การใช้งาน:

8.6

ระบบการกรอง

Pre-filter + HEPA NanoProtect Filter + Active Carbon

CADR

520 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กรองอนุภาค 0.003μm ได้ 99.97%

การกรองอื่น

ฝุ่น PM2.5, ไวรัส, แบคทีเรีย, ขนสัตว์, มลพิษ, กลิ่นควัน, กลิ่นอาหาร

เหมาะกับห้องขนาด

ไม่เกิน 135 ตร.ม.

การรับประกัน

2 ปี

เครื่องฟอกอากาศ Philips AC3220/10 สามารถใช้ได้ดีกับห้องขนาดใหญ่กว่า 50 ตารางเมตร ด้วยความสามารถในการหมุนเวียนอากาศได้ 520 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยทำความสะอาดอากาศได้ครอบคลุมพื้นที่สูงสุดถึง 135 ตารางเมตร แม้ว่าเครื่องจะให้แรงลมมหาศาลแต่ขนาดเครื่องนั้นไม่ได้ใหญ่มาก กินไฟเพียง 36 วัตต์ และเสียงเงียบกริบ

เครื่องใช้ระบบกรอง NanoProtect HEPA แบบ 3 ชั้น ที่มีความละเอียดสูงในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง 0.003 ไมครอน ครอบคลุมฝุ่น PM2.5 เชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอากาศ

นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ที่คอยตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างแม่นยำตลอดเวลา พร้อมแสดงระดับฝุ่น PM2.5 ให้เห็นบนหน้าจอ และยังสามารถควบคุมการทำงานผ่านแอป Philips Air+ เพื่อตั้งเวลาหรือสั่งการจากระยะไกลได้

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC3220/10

พื้นที่เชิงพาณิชย์ 80+ ตร.ม.

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Max

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Max

การกรอง:

9.4

ค่าใช้จ่าย:

6.8

เสียงขณะทำงาน:

9.0

การใช้งาน:

8.9

ระบบการกรอง

Primary filter + High-efficiency filter + Activated carbon + Dual UVC

CADR

1,006.5 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กำจัด PM1, PM2.5 และ PM10 ได้ 99.99% ภายใน 1 ชั่วโมง

การกรองอื่น

ฝุ่น PM1, PM2.5, สารก่อภูมิแพ้, ไวรัส, แบคทีเรีย, รังแคสัตว์, ฟอร์มาลดีไฮด์

เหมาะกับห้องขนาด

63 – 108 ตร.ม.

การรับประกัน

1 ปี

สำหรับการใช้งานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร Xiaomi Smart Air Purifier Max สามารถรับมือกับพื้นที่กว้างได้อย่างสบาย ด้วยกำลังการฟอกอากาศที่สูงถึง 1,006 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ทำให้สามารถหมุนเวียนอากาศได้รวดเร็วแม้ว่าห้องจะมีขนาดใหญ่กว่า 100 ตารางเมตร

ตัวเครื่องใช้ระบบช่องลมคู่พร้อมไส้กรองขนาดใหญ่สองชุด ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดักจับสิ่งสกปรกได้มากกว่าทั่วไปถึงสองเท่า นอกจากเรื่องพลังลมแล้ว รุ่นนี้ยังเน้นการกำจัดสารเคมีและเชื้อโรคที่มักสะสมในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน โดยมีการติดตั้งระบบแสง UVC คู่เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียและไวรัสขณะที่อากาศไหลผ่านเครื่อง

นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์วัดค่าฟอร์มัลดีไฮด์แยกโดยเฉพาะ พร้อมชั้นคาร์บอนปริมาณสูง ทำหน้าที่ดูดซับกลิ่นได้ดีเยี่ยม พร้อมกับมีล้อติดตั้งใต้ตัวเครื่อง ช่วยให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Max

สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite

การกรอง:

9.0

ค่าใช้จ่าย:

6.7

เสียงขณะทำงาน:

8.0

การใช้งาน:

8.1

ระบบการกรอง

Primary filter + High-efficiency filter + Activated carbon + UV-C

CADR

600 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กรองอนุภาค 0.3μm ได้ 99.98%

การกรองอื่น

ฝุ่น PM2.5, ไวรัส, แบคทีเรีย, สารก่อภูมิแพ้, ฝุ่นขี้เถ้า, ควัน, กลิ่นไม่พึงประสงค์

เหมาะกับห้องขนาด

60 – 125 ตร.ม.

การรับประกัน

1 ปี

สำหรับคนที่ต้องการอากาศที่สะอาดเป็นพิเศษ เราแนะนำเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite ด้วยอัตราการฟอกอากาศที่สูงถึง 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยให้มั่นใจว่าอากาศสะอาดอยู่ตลอดเวลา โดยนอกจากจะกรองฝุ่น PM2.5 และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้แล้วยังสามารถจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ได้ ไม่ว่าจะเป็นละอองเกสร ไรฝุ่น และขนสัตว์

นอกเหนือจากการกรองทั่วไปแล้ว ยังมีเทคโนโลยีแสง UVC และการปล่อยประจุลบเพื่อช่วยกำจัดไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคสะสมอยู่ภายในตัวเครื่อง

แม้จะมีกำลังในการทำงานที่สูง แต่ในโหมด Sleep กลับทำงานได้เงียบสนิทเพียง 20.2 เดซิเบล จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความสะอาดของอากาศและไร้เสียงรบกวนขณะพักผ่อน

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite

สำหรับคนเลี้ยงสัตว์

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S

เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S

การกรอง:

7.6

ค่าใช้จ่าย:

6.9

เสียงขณะทำงาน:

7.9

การใช้งาน:

7.5

ระบบการกรอง

Pre-filter + H13 True HEPA Filter + Activated Carbon

CADR

416 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กรองอนุภาค 0.3μm ได้ 99.97%

การกรองอื่น

ขนสัตว์, ฝุ่น PM2.5, ไวรัส, แบคทีเรีย, ควัน, กลิ่นอาหาร, กลิ่นสัตว์เลี้ยง

เหมาะกับห้องขนาด

ไม่เกิน 88 ตร.ม.

การรับประกัน

2 ปี

เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S คือตัวเลือกที่สร้างมาเพื่อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ด้วยช่องดูดลมที่ช่วยป้องกันไม่ให้ขนสัตว์เข้าไปอุดตันได้ดีกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ช่วยให้เครื่องสามารถดูดเศษฝุ่นขนาดใหญ่ รังแคสัตว์ และขนสัตว์ได้ในปริมาณมาก โดยแผ่นกรองชั้นแรกถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายเมื่อมีขนสัตว์เข้ามาติด ช่วยให้ยืดอายุการใช้งานของไส้กรองหลักได้

นอกจากนี้ยังมีโหมดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ และไส้กรองคาร์บอนสูตรพิเศษที่ช่วยให้การดูดซับกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้ดีกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ตัวเครื่องสามารถควบคุมได้ผ่านแอป VeSync เพื่อตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้าเมื่อไม่อยู่บ้าน หรือเปิด-ปิดเครื่องจากระยะไกล เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อกลับมาจะพบกับอากาศที่สดชื่น

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S

ไม่ต้องซื้อไส้กรองเปลี่ยน

รูปภาพหน้าปก เครื่องฟอกอากาศ Airdog รุ่น X3 Pro

เครื่องฟอกอากาศ Airdog รุ่น X3 Pro

การกรอง:

8.5

ค่าใช้จ่าย:

9.0

เสียงขณะทำงาน:

8.3

การใช้งาน:

7.8

ระบบการกรอง

Pre-filter + Wire Frame + Ionic Field + Collecting Plates + Catalyst Filter

CADR

232.4 m³/h

ประสิทธิภาพการกรอง

กำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.0146μm

การกรองอื่น

ฝุ่น PM2.5, สารก่อภูมิเเพ้, แบคทีเรีย, ไวรัส, กลิ่นไม่พึงประสงค์

เหมาะกับห้องขนาด

30 ตร.ม.

การรับประกัน

1 ปี

เครื่องฟอกอากาศ Airdog X3 Pro แตกต่างจากเครื่องฟอกอากาศทั่วไปที่ต้องซื้อไส้กรองมาเปลี่ยนทุกๆ 6-12 เดือน โดยเครื่องฟอกรุ่นนี้สามารถถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาดได้ ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก โดยระบบการกรองจะใช้สนามไฟฟ้าในการจัดการกับอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วดักจักไว้บนแผ่นสเตนเลสที่สามารถล้างแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการกับฝุ่นขนาดจิ๋วที่เล็กเพียง 0.0146 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไปหลายเท่า ช่วยให้ห้องสะอาดขึ้นโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อไส้กรอง

การดูแลรักษานั้นทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ถอดแผ่นเก็บฝุ่นมาล้างด้วยน้ำเปล่าและน้ำยาทำความสะอาด ช่วยให้เครื่องยังคงประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศได้ดีตลอดอายุการใช้งาน ไม่มีปัญหาเรื่องไส้กรองอุดตันทำให้ลมเบาลง

อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Airdog รุ่น X3 Pro

เกณฑ์การให้คะแนน

เราได้กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นเพื่อลดการอคติและให้คะแนนอย่างเป็นธรรม โดยคะแนนได้แบ่งเป็น 4 หมวดดังนี้

  • การกรอง: ให้คะแนนจากประสิทธิภาพการกรองอนุภาค อัตราการฟอกอากาศ และการกรองอื่นๆ
  • ค่าใช้จ่าย: ให้คะแนนจากค่าไส้กรองที่ต้องจ่ายต่อปี และประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าต่ออัตราการกรองที่ทำได้
  • เสียงขณะทำงาน: ให้คะแนนจากเสียงขณะทำงานทั้งเบาสุดและดังสุด รวมถึงระดับความเร็วลมที่สามารถปรับได้
  • การใช้งาน: ให้คะแนนจากการควบคุมเครื่อง การใช้เซนเซอร์ร่วมกับการทำงาน โหมดการทำงาน และระยะเวลารับประกัน

อ่านบทความเต็ม: การให้คะแนนเครื่องฟอกอากาศของเรา

เปรียบเทียบคะแนน

คะแนนเครื่องฟอกอากาศที่ได้รับการรีวิวโดยแบ่งคะแนนเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ การกรอง ค่าใช้จ่าย เสียงขณะทำงาน การใช้งาน และคะแนนรวม

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศ

ค่าใช้จ่ายระยะยาว

การซื้อเครื่องฟอกอากาศเกือบทุกรุ่นหมายถึงการต้องมีค่าใช้จ่ายในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นค่าไส้กรองหรือค่าไฟ แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศจะกินไฟไม่มาก แต่การเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงสามารถเพิ่มค่าไฟต่อเดือนได้ถึงหลักร้อยบาท

ก่อนการซื้อควรพิจารณาราคาไส้กรองและอายุการใช้งาน โดยปกติไส้กรองสามารถใช้ได้ 6-12 เดือน และราคามีตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 2,000 บาท นอกจากนี้อย่าลืมดูว่าไส้กรองสามารถหาซื้อได้ง่ายมั้ย เพราะเครื่องฟอกอากาศบางยี่ห้อหาร้านซื้อไส้กรองได้ยาก

ระบบการกรอง

  • Pre-filter: แผ่นกรองชั้นแรกที่คอยดักจับสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์ เส้นผม ก้อนฝุ่น โดยรุ่นที่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้จะสามารถยืดอายุการใช้งานของไส้กรองหลักได้
  • HEPA (High-Efficiency Particulate Air): ไส้กรองหลักที่สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน โดย HEPA ส่วนใหญ่สามารถดักจับได้ 99.97% ครอบคลุมทั้งฝุ่น PM2.5 และละอองเกสร
  • Activated Carbon: ชั้นคาร์บอนที่ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นควัน อาหาร สารเคมี หรือกลิ่นสัตว์เลี้ยง
  • Ionizer: ระบบการทำความสะอาดที่นอกเหนือจากการกรอง โดยจะทำการปล่อยประจุลบออกมาในอากาศ เพื่อดักจับกับสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ให้ตกลงสู่พื้น
  • แสง UV-C: ระบบทำความสะอาดภายใน เพื่อกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสที่สามารถก่อตัวในไส้กรองได้ ช่วยให้มั่นใจว่าอากาศที่ออกจากเครื่องมีความสะอาด

อัตราการฟอกอากาศ (CADR)

อัตราการฟอกอากาศบริสุทธิ์หรือ CADR (Clean Air Delivery Rate) คือตัวเลขที่บอกถึงปริมาณอากาศที่ผ่านการกรองได้ในหนึ่งชั่วโมง โดยค่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับขนาดของห้อง โดยขั้นต่ำแล้วในหนึ่งชั่วโมง เครื่องฟอกอากาศควรหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ได้ 2 รอบ แต่เราแนะนำให้เลือกเครื่องฟอกอากาศที่สามารถหมุนเวียนอากาศได้ 4-5 รอบต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถดึงประสิทธิภาพออกมาได้สูงที่สุด โดยสามารถเลือกขนาด CADR ได้ตามตารางด้านล่าง

ขนาดห้องขนาด CADR แนะนำ (m³/h)
< 20 ตร.ม.150 – 200
20 – 30 ตร.ม.200 – 350
30 – 50 ตร.ม.350 – 500
50+ ตร.ม.500+

การดูแลรักษา

  • ทำความสะอาด Pre-filter: ควรถอดชั้นกรองชั้นแรกออกมาทำความสะอาดทุกๆ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เครื่องมีอัตราการฟอกที่สม่ำเสมอ หากไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ บางรุ่นอาจจะสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดได้ ให้ดูตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • เช็ดเซนเซอร์ฝุ่น: รุ่นที่มีเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นนั้นเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ มักจะมีฝุ่นเกาะอยู่บนเซนเซอร์ ทำให้ค่าฝุ่นที่อ่านได้ผิดเพี้ยนไป การใช้ผ้าหรือก้านสำลีเช็ดเบาๆ จึงช่วยให้เครื่องคงประสิทธิภาพการทำงานได้ดี
  • ห้ามล้างไส้กรอง: ไส้กรองที่สามารถถอดล้างได้มักจะเป็นไส้กรองชั้นนอกสุดที่ใช้ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถถอดไส้กรองออกมาล้างน้ำได้ เพราะจะทำลายเส้นใยและคาร์บอนที่ใช้ดักจับฝุ่น
  • เช็ดฝุ่นที่จับบนตัวเครื่อง: แน่นอนว่าเครื่องฟอกอากาศก็มีฝุ่นจับบนตัวเองได้เหมือนกัน เพื่อรักษาความสะอาดของเครื่องจึงควรเช็ดเครื่องด้วยผ้าหมาดๆ เป็นประจำ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่จำเป็นต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 6 ถึง 12 เดือน หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น มีปัญหาหมอกควันมาก หรือมีสัตว์เลี้ยงหลายตัว อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้นเป็นทุก 3 ถึง 4 เดือน แนะนำให้ตรวจสอบสัญญาณไฟแจ้งเตือนบนตัวเครื่องเพื่อติดตามอายุการใช้งาน