เครื่องฟอกอากาศรุ่นไหนดีที่สุด








ปัญหาฝุ่นควันมลพิษกลายเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องเจอในชีวิตประจำวัน การมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านจึงมีส่วนสำคัญกับสุขภาพทางเดินหายใจ โดยเครื่องฟอกอากาศมีมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ แต่จะให้มานั่งศึกษาข้อมูลแต่ละตัวก็จะใช้เวลานานเกินไป ในบทความนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลเครื่องฟอกอากาศที่แนะนำตามขนาดห้องและการใช้งานมาให้ท่านผู้อ่านเลือกซื้ออย่างง่ายดาย
ห้องขนาดเล็กกว่า 20 ตร.ม.

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
NanoProtect HEPA
CADR
170 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กรองอนุภาค 0.003μm ได้ 99.97%
การกรองอื่น
ฝุ่น PM2.5, อนุภาคขนาดเล็ก, เชื้อโรค, ไวรัส, เกสรดอกไม้
เหมาะกับห้องขนาด
ไม่เกิน 44 ตร.ม.
การรับประกัน
2 ปี
เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในห้องขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร โดยมีอัตราการฟอกอากาศ 170 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถการฟอกอากาศในห้องได้ได้มากกว่า 3 รอบต่อชั่วโมง จุดเด่นอยู่ที่ไส้กรองคุณภาพสูงซึ่งสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.003 ไมครอน ซึ่งดีกว่าไส้กรอง HEPA ทั่วไป จึงช่วยกรองได้ทั้งฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และไวรัสที่อยู่ในอากาศ
นอกจากนี้อีกหนึ่งข้อดีคือค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ ไม่ว่าจะเป็นค่าไส้กรองที่ใช้ได้ทั้งปีในราคาประมาณ 800 บาท และกินไฟเพียง 12 วัตต์เท่านั้น
แต่ข้อจำกัดของเครื่องฟอกตัวนี้นั้นคือ ไม่มีไส้กรองคาร์บอนทำให้การดูดซับกลิ่นทำได้ไม่ดี และไม่มีเซนเซอร์ตรวจวัดค่าฝุ่น
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0650/10
ห้องขนาดกลาง 20-30 ตร.ม.

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0920/10
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Pre-filter + HEPA NanoProtect Filter
CADR
250 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กรองอนุภาค 0.003μm ได้ 99.97%
การกรองอื่น
ฝุ่น PM2.5, ไรฝุ่น, ละอองเกสร, ขนสัตว์, เชื้อรา, เชื้อไวรัส, แบคทีเรีย
เหมาะกับห้องขนาด
ไม่เกิน 65 ตร.ม.
การรับประกัน
2 ปี
สำหรับห้องขนาด 20-30 ตร.ม. เหมาะกับเครื่องฟอกอากาศ Philips AC0920/10 โดยรุ่นนี้มีอัตราการฟอกอากาศอยู่ที่ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถสร้างอากาศสะอาดให้ห้องขนาด 20 ตร.ม.ได้ภายในเวลาไม่ถึง 12 นาที ระบบการกรองใช้ NanaProtect HEPA ที่กรองอนุภาคได้ขนาดเล็กกว่าแผ่นกรองทั่วไป ช่วยให้สามารถดักจับได้ทั้งฝุ่น PM2.5 ไวรัส และแบคทีเรีย
สิ่งที่เครื่องฟอกตัวนี้อัปเกรดขึ้นมาคือมีการใช้เซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อให้เครื่องสามารถปรับความเร็วลมได้ตามปริมาณฝุ่นที่อยู่ในห้อง
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC0920/10
ห้องขนาดใหญ่ 30-50 ตร.ม.

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 6
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Primary filter + High-efficiency filter + Activated carbon + UVC + Ionizer
CADR
443 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กรองอนุภาค 0.3μm ได้ 99.98%
การกรองอื่น
ฝุ่น PM2.5, สารก่อภูมิแพ้, แบคทีเรีย, ไวรัส, ฟอร์มัลดีไฮด์, กลิ่นไม่พึงประสงค์
เหมาะกับห้องขนาด
29 – 50 ตร.ม.
การรับประกัน
1 ปี
สำหรับห้องขนาดใหญ่ 30-50 ตร.ม. Xiaomi Smart Air Purifier สามารถช่วยดูแลอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์ได้อย่างไม่มีที่ติด ด้วยพลังการหมุนเวียนอากาศที่สูงถึง 443 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถเปลี่ยนอากาศในห้องขนาด 50 ตารางเมตรให้สดชื่นได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที
เครื่องฟอกรุ่นนี้มาพร้อมเซนเซอร์ 5 ตัว ที่ไม่ได้แค่วัดค่าฝุ่น PM2.5 และ PM10 ได้เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง PM1 อุณหภูมิ และความชื้นในห้อง ระบบการกรองใช้ไส้กรอง HEPA คุณภาพสูงร่วมกับไส้กรองคาร์บอนที่สามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากควันและสารเคมีได้
นอกจากการกรองฝุ่นแล้ว ยังมีการฉายแสง UVC เพื่อป้องกันการหมักหมมของแบคทีเรียในไส้กรอง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอากาศที่ออกจากเครื่องมีความสะอาดที่สุด และยังมีการปล่อยประจุลบเพื่อจัดการกับสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ในอากาศ
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 6
ห้องขนาดใหญ่พิเศษ 50+ ตร.ม.

เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC3220/10
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Pre-filter + HEPA NanoProtect Filter + Active Carbon
CADR
520 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กรองอนุภาค 0.003μm ได้ 99.97%
การกรองอื่น
ฝุ่น PM2.5, ไวรัส, แบคทีเรีย, ขนสัตว์, มลพิษ, กลิ่นควัน, กลิ่นอาหาร
เหมาะกับห้องขนาด
ไม่เกิน 135 ตร.ม.
การรับประกัน
2 ปี
เครื่องฟอกอากาศ Philips AC3220/10 สามารถใช้ได้ดีกับห้องขนาดใหญ่กว่า 50 ตารางเมตร ด้วยความสามารถในการหมุนเวียนอากาศได้ 520 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยทำความสะอาดอากาศได้ครอบคลุมพื้นที่สูงสุดถึง 135 ตารางเมตร แม้ว่าเครื่องจะให้แรงลมมหาศาลแต่ขนาดเครื่องนั้นไม่ได้ใหญ่มาก กินไฟเพียง 36 วัตต์ และเสียงเงียบกริบ
เครื่องใช้ระบบกรอง NanoProtect HEPA แบบ 3 ชั้น ที่มีความละเอียดสูงในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง 0.003 ไมครอน ครอบคลุมฝุ่น PM2.5 เชื้อไวรัส และแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอากาศ
นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ที่คอยตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างแม่นยำตลอดเวลา พร้อมแสดงระดับฝุ่น PM2.5 ให้เห็นบนหน้าจอ และยังสามารถควบคุมการทำงานผ่านแอป Philips Air+ เพื่อตั้งเวลาหรือสั่งการจากระยะไกลได้
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่น AC3220/10
พื้นที่เชิงพาณิชย์ 80+ ตร.ม.

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Max
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Primary filter + High-efficiency filter + Activated carbon + Dual UVC
CADR
1,006.5 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กำจัด PM1, PM2.5 และ PM10 ได้ 99.99% ภายใน 1 ชั่วโมง
การกรองอื่น
ฝุ่น PM1, PM2.5, สารก่อภูมิแพ้, ไวรัส, แบคทีเรีย, รังแคสัตว์, ฟอร์มาลดีไฮด์
เหมาะกับห้องขนาด
63 – 108 ตร.ม.
การรับประกัน
1 ปี
สำหรับการใช้งานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ร้านกาแฟ ร้านอาหาร Xiaomi Smart Air Purifier Max สามารถรับมือกับพื้นที่กว้างได้อย่างสบาย ด้วยกำลังการฟอกอากาศที่สูงถึง 1,006 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ทำให้สามารถหมุนเวียนอากาศได้รวดเร็วแม้ว่าห้องจะมีขนาดใหญ่กว่า 100 ตารางเมตร
ตัวเครื่องใช้ระบบช่องลมคู่พร้อมไส้กรองขนาดใหญ่สองชุด ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดักจับสิ่งสกปรกได้มากกว่าทั่วไปถึงสองเท่า นอกจากเรื่องพลังลมแล้ว รุ่นนี้ยังเน้นการกำจัดสารเคมีและเชื้อโรคที่มักสะสมในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน โดยมีการติดตั้งระบบแสง UVC คู่เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียและไวรัสขณะที่อากาศไหลผ่านเครื่อง
นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์วัดค่าฟอร์มัลดีไฮด์แยกโดยเฉพาะ พร้อมชั้นคาร์บอนปริมาณสูง ทำหน้าที่ดูดซับกลิ่นได้ดีเยี่ยม พร้อมกับมีล้อติดตั้งใต้ตัวเครื่อง ช่วยให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Max
สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Primary filter + High-efficiency filter + Activated carbon + UV-C
CADR
600 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กรองอนุภาค 0.3μm ได้ 99.98%
การกรองอื่น
ฝุ่น PM2.5, ไวรัส, แบคทีเรีย, สารก่อภูมิแพ้, ฝุ่นขี้เถ้า, ควัน, กลิ่นไม่พึงประสงค์
เหมาะกับห้องขนาด
60 – 125 ตร.ม.
การรับประกัน
1 ปี
สำหรับคนที่ต้องการอากาศที่สะอาดเป็นพิเศษ เราแนะนำเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite ด้วยอัตราการฟอกอากาศที่สูงถึง 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยให้มั่นใจว่าอากาศสะอาดอยู่ตลอดเวลา โดยนอกจากจะกรองฝุ่น PM2.5 และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้แล้วยังสามารถจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ได้ ไม่ว่าจะเป็นละอองเกสร ไรฝุ่น และขนสัตว์
นอกเหนือจากการกรองทั่วไปแล้ว ยังมีเทคโนโลยีแสง UVC และการปล่อยประจุลบเพื่อช่วยกำจัดไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคสะสมอยู่ภายในตัวเครื่อง
แม้จะมีกำลังในการทำงานที่สูง แต่ในโหมด Sleep กลับทำงานได้เงียบสนิทเพียง 20.2 เดซิเบล จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความสะอาดของอากาศและไร้เสียงรบกวนขณะพักผ่อน
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier Elite
สำหรับคนเลี้ยงสัตว์

เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Pre-filter + H13 True HEPA Filter + Activated Carbon
CADR
416 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กรองอนุภาค 0.3μm ได้ 99.97%
การกรองอื่น
ขนสัตว์, ฝุ่น PM2.5, ไวรัส, แบคทีเรีย, ควัน, กลิ่นอาหาร, กลิ่นสัตว์เลี้ยง
เหมาะกับห้องขนาด
ไม่เกิน 88 ตร.ม.
การรับประกัน
2 ปี
เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S คือตัวเลือกที่สร้างมาเพื่อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ด้วยช่องดูดลมที่ช่วยป้องกันไม่ให้ขนสัตว์เข้าไปอุดตันได้ดีกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ช่วยให้เครื่องสามารถดูดเศษฝุ่นขนาดใหญ่ รังแคสัตว์ และขนสัตว์ได้ในปริมาณมาก โดยแผ่นกรองชั้นแรกถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายเมื่อมีขนสัตว์เข้ามาติด ช่วยให้ยืดอายุการใช้งานของไส้กรองหลักได้
นอกจากนี้ยังมีโหมดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ และไส้กรองคาร์บอนสูตรพิเศษที่ช่วยให้การดูดซับกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้ดีกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ตัวเครื่องสามารถควบคุมได้ผ่านแอป VeSync เพื่อตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้าเมื่อไม่อยู่บ้าน หรือเปิด-ปิดเครื่องจากระยะไกล เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อกลับมาจะพบกับอากาศที่สดชื่น
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S
ไม่ต้องซื้อไส้กรองเปลี่ยน

เครื่องฟอกอากาศ Airdog รุ่น X3 Pro
การกรอง:
ค่าใช้จ่าย:
เสียงขณะทำงาน:
การใช้งาน:
ระบบการกรอง
Pre-filter + Wire Frame + Ionic Field + Collecting Plates + Catalyst Filter
CADR
232.4 m³/h
ประสิทธิภาพการกรอง
กำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.0146μm
การกรองอื่น
ฝุ่น PM2.5, สารก่อภูมิเเพ้, แบคทีเรีย, ไวรัส, กลิ่นไม่พึงประสงค์
เหมาะกับห้องขนาด
30 ตร.ม.
การรับประกัน
1 ปี
เครื่องฟอกอากาศ Airdog X3 Pro แตกต่างจากเครื่องฟอกอากาศทั่วไปที่ต้องซื้อไส้กรองมาเปลี่ยนทุกๆ 6-12 เดือน โดยเครื่องฟอกรุ่นนี้สามารถถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาดได้ ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก โดยระบบการกรองจะใช้สนามไฟฟ้าในการจัดการกับอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วดักจักไว้บนแผ่นสเตนเลสที่สามารถล้างแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการกับฝุ่นขนาดจิ๋วที่เล็กเพียง 0.0146 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่ามาตรฐานทั่วไปหลายเท่า ช่วยให้ห้องสะอาดขึ้นโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อไส้กรอง
การดูแลรักษานั้นทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ถอดแผ่นเก็บฝุ่นมาล้างด้วยน้ำเปล่าและน้ำยาทำความสะอาด ช่วยให้เครื่องยังคงประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศได้ดีตลอดอายุการใช้งาน ไม่มีปัญหาเรื่องไส้กรองอุดตันทำให้ลมเบาลง
อ่านรีวิวเต็ม: เครื่องฟอกอากาศ Airdog รุ่น X3 Pro
เกณฑ์การให้คะแนน
เราได้กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นเพื่อลดการอคติและให้คะแนนอย่างเป็นธรรม โดยคะแนนได้แบ่งเป็น 4 หมวดดังนี้
- การกรอง: ให้คะแนนจากประสิทธิภาพการกรองอนุภาค อัตราการฟอกอากาศ และการกรองอื่นๆ
- ค่าใช้จ่าย: ให้คะแนนจากค่าไส้กรองที่ต้องจ่ายต่อปี และประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าต่ออัตราการกรองที่ทำได้
- เสียงขณะทำงาน: ให้คะแนนจากเสียงขณะทำงานทั้งเบาสุดและดังสุด รวมถึงระดับความเร็วลมที่สามารถปรับได้
- การใช้งาน: ให้คะแนนจากการควบคุมเครื่อง การใช้เซนเซอร์ร่วมกับการทำงาน โหมดการทำงาน และระยะเวลารับประกัน
อ่านบทความเต็ม: การให้คะแนนเครื่องฟอกอากาศของเรา
เปรียบเทียบคะแนน
คะแนนเครื่องฟอกอากาศที่ได้รับการรีวิวโดยแบ่งคะแนนเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ การกรอง ค่าใช้จ่าย เสียงขณะทำงาน การใช้งาน และคะแนนรวม
สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศ
ค่าใช้จ่ายระยะยาว
การซื้อเครื่องฟอกอากาศเกือบทุกรุ่นหมายถึงการต้องมีค่าใช้จ่ายในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นค่าไส้กรองหรือค่าไฟ แม้ว่าเครื่องฟอกอากาศจะกินไฟไม่มาก แต่การเครื่องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงสามารถเพิ่มค่าไฟต่อเดือนได้ถึงหลักร้อยบาท
ก่อนการซื้อควรพิจารณาราคาไส้กรองและอายุการใช้งาน โดยปกติไส้กรองสามารถใช้ได้ 6-12 เดือน และราคามีตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 2,000 บาท นอกจากนี้อย่าลืมดูว่าไส้กรองสามารถหาซื้อได้ง่ายมั้ย เพราะเครื่องฟอกอากาศบางยี่ห้อหาร้านซื้อไส้กรองได้ยาก
ระบบการกรอง
- Pre-filter: แผ่นกรองชั้นแรกที่คอยดักจับสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์ เส้นผม ก้อนฝุ่น โดยรุ่นที่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้จะสามารถยืดอายุการใช้งานของไส้กรองหลักได้
- HEPA (High-Efficiency Particulate Air): ไส้กรองหลักที่สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน โดย HEPA ส่วนใหญ่สามารถดักจับได้ 99.97% ครอบคลุมทั้งฝุ่น PM2.5 และละอองเกสร
- Activated Carbon: ชั้นคาร์บอนที่ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นควัน อาหาร สารเคมี หรือกลิ่นสัตว์เลี้ยง
- Ionizer: ระบบการทำความสะอาดที่นอกเหนือจากการกรอง โดยจะทำการปล่อยประจุลบออกมาในอากาศ เพื่อดักจับกับสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ให้ตกลงสู่พื้น
- แสง UV-C: ระบบทำความสะอาดภายใน เพื่อกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสที่สามารถก่อตัวในไส้กรองได้ ช่วยให้มั่นใจว่าอากาศที่ออกจากเครื่องมีความสะอาด
อัตราการฟอกอากาศ (CADR)
อัตราการฟอกอากาศบริสุทธิ์หรือ CADR (Clean Air Delivery Rate) คือตัวเลขที่บอกถึงปริมาณอากาศที่ผ่านการกรองได้ในหนึ่งชั่วโมง โดยค่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับขนาดของห้อง โดยขั้นต่ำแล้วในหนึ่งชั่วโมง เครื่องฟอกอากาศควรหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ได้ 2 รอบ แต่เราแนะนำให้เลือกเครื่องฟอกอากาศที่สามารถหมุนเวียนอากาศได้ 4-5 รอบต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถดึงประสิทธิภาพออกมาได้สูงที่สุด โดยสามารถเลือกขนาด CADR ได้ตามตารางด้านล่าง
| ขนาดห้อง | ขนาด CADR แนะนำ (m³/h) |
|---|---|
| < 20 ตร.ม. | 150 – 200 |
| 20 – 30 ตร.ม. | 200 – 350 |
| 30 – 50 ตร.ม. | 350 – 500 |
| 50+ ตร.ม. | 500+ |
การดูแลรักษา
- ทำความสะอาด Pre-filter: ควรถอดชั้นกรองชั้นแรกออกมาทำความสะอาดทุกๆ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เครื่องมีอัตราการฟอกที่สม่ำเสมอ หากไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ บางรุ่นอาจจะสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดได้ ให้ดูตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- เช็ดเซนเซอร์ฝุ่น: รุ่นที่มีเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นนั้นเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ มักจะมีฝุ่นเกาะอยู่บนเซนเซอร์ ทำให้ค่าฝุ่นที่อ่านได้ผิดเพี้ยนไป การใช้ผ้าหรือก้านสำลีเช็ดเบาๆ จึงช่วยให้เครื่องคงประสิทธิภาพการทำงานได้ดี
- ห้ามล้างไส้กรอง: ไส้กรองที่สามารถถอดล้างได้มักจะเป็นไส้กรองชั้นนอกสุดที่ใช้ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถถอดไส้กรองออกมาล้างน้ำได้ เพราะจะทำลายเส้นใยและคาร์บอนที่ใช้ดักจับฝุ่น
- เช็ดฝุ่นที่จับบนตัวเครื่อง: แน่นอนว่าเครื่องฟอกอากาศก็มีฝุ่นจับบนตัวเองได้เหมือนกัน เพื่อรักษาความสะอาดของเครื่องจึงควรเช็ดเครื่องด้วยผ้าหมาดๆ เป็นประจำ